Aqua Forums Lifestyle ไขข้อสงสัย! ประกันรถยนต์ 2+ ต่างจากชั้น 1 อย่างไรบ้าง?

ไขข้อสงสัย! ประกันรถยนต์ 2+ ต่างจากชั้น 1 อย่างไรบ้าง?

หากคุณเป็นคนใช้รถ แล้วกำลังมองหาประกันรถยนต์ที่ให้ความคุ้มครองคุ้มค่าในราคาที่เหมาะสม คุณคงเคยได้ยินคำว่า ประกันรถยนต์ 2+ ผ่านหูมาบ้าง แต่อาจยังสงสัยว่า “แล้วมันต่างจากประกันชั้น 1 อย่างไร?” และแบบไหนถึงจะเหมาะกับการใช้งานของเรามากที่สุด? วันนี้เราจะมาไขข้อสงสัยให้กระจ่างในบทความเดียว

ประกันรถยนต์ 2+ คืออะไร?

ประกันรถยนต์ 2+ คือรูปแบบประกันที่ได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เพราะให้ความคุ้มครองที่ใกล้เคียงกับชั้น 1 ในราคาที่ถูกกว่า โดยจุดเด่นของประกันรถยนต์ 2+ คือ

  • คุ้มครองความเสียหายต่อทรัพย์สินและชีวิตของบุคคลภายนอก
  • คุ้มครองรถของเรา หากชนกับยานพาหนะทางบก และมีคู่กรณี
  • ครอบคลุมกรณีรถถูกขโมยหรือไฟไหม้
  • มีค่ารักษาพยาบาลผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

เหมาะกับผู้ที่ใช้รถในชีวิตประจำวันทั่วไป ขับขี่อย่างระมัดระวัง และต้องการความคุ้มครองในราคาที่เป็นมิตร

แล้วประกันชั้น 1 ล่ะ? ให้มากกว่าตรงไหน

ประกันชั้น 1 เป็นตัวเลือกที่ให้ความคุ้มครองครอบคลุมมากที่สุด โดยนอกจากจะคุ้มครองเหมือนประกันรถยนต์ 2+ แล้ว ยังมีจุดเด่นเพิ่มเติมคือ

  • คุ้มครองความเสียหายต่อตัวรถของเรา แม้ไม่มีคู่กรณี เช่น ขับชนเสา ขูดกำแพง
  • คุ้มครองเหตุการณ์ที่เราผิดเต็มๆ หรือไม่สามารถระบุคู่กรณีได้
  • ใช้ได้แม้กับรถใหม่ รถราคาแพง หรือรถที่ต้องการซ่อมห้างเท่านั้น

เหมาะกับคนที่ต้องการความอุ่นใจเต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่อาจทำให้ต้องควักเงินซ่อมเอง

จุดที่ต่างกันชัดๆ ระหว่างประกันรถยนต์ 2+ กับชั้น 1

สิ่งที่ทำให้คนลังเลระหว่างประกันรถยนต์ 2+ และประกันชั้น 1 คือระดับความคุ้มครองที่ดูใกล้เคียงกัน แต่จริงๆ แล้วมีความต่างสำคัญดังนี้:

  • ประกันรถยนต์ 2+ จะให้ความคุ้มครองเมื่อเกิดอุบัติเหตุที่มี “คู่กรณี” เท่านั้น หากคุณขับรถชนต้นไม้ ชนฟุตบาท หรือรถล้มเอง จะไม่คุ้มครอง
  • ส่วนประกันชั้น 1 คุ้มครองทั้งกรณีมีและไม่มีคู่กรณี จึงเหมาะกับผู้ที่อยากป้องกันทุกความเสี่ยงแบบไร้กังวล
  • ราคาเบี้ยของประกันรถยนต์ 2+ จะถูกกว่าชั้น 1 ค่อนข้างมาก จึงเป็นตัวเลือกที่ดีหากคุณต้องการประหยัดค่าใช้จ่าย

คำแนะนำในการเลือกซื้อ

ก่อนจะเลือกทำประกันรถยนต์แบบไหน ลองถามตัวเองด้วยคำถามเหล่านี้:

  • รถคุณใช้งานมากน้อยแค่ไหน? มีความเสี่ยงสูงไหม?
  • รถของคุณมีอายุเกิน 5 ปีแล้วหรือยัง?
  • คุณขับรถด้วยความระมัดระวังหรือมีโอกาสเกิดอุบัติเหตุง่าย?
  • งบประมาณของคุณมีเท่าไหร่ต่อปีสำหรับค่าเบี้ยประกัน?

หากคุณต้องการความคุ้มครองในราคาย่อมเยา และรับได้หากไม่ครอบคลุมทุกกรณี ประกันรถยนต์ 2+ อาจเป็นตัวเลือกที่ “คุ้มค่า” ที่สุดสำหรับคุณ

สรุป

ไม่ว่าคุณจะเลือกระหว่างประกันชั้น 1 หรือ ประกันรถยนต์ 2+ สิ่งสำคัญที่สุดคือการเข้าใจความต้องการของตนเอง และเลือกรูปแบบประกันที่ตอบโจทย์ทั้งด้านการใช้งานและงบประมาณ หากคุณต้องการประหยัดแต่ยังอยากได้ความคุ้มครองที่ครอบคลุมในหลายด้าน ประกันรถยนต์ 2+เป็นทางเลือกที่ดี และน่าสนใจไม่น้อย

Related Post

Order food online from Roast

แนะนำการ Order food online from Roast ง่าย ๆ แค่ไม่กี่ขั้นตอนก็ได้ทานของอร่อยแนะนำการ Order food online from Roast ง่าย ๆ แค่ไม่กี่ขั้นตอนก็ได้ทานของอร่อย

                บริการการสั่งอาหารกลับบ้านแบบให้ไปส่งที่บ้าน หรือที่เรียกว่าบริการ Delivery นั้นได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในช่วงที่มีเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่ทำให้คนต้องอยู่บ้านกันมากขึ้น หรือเดินทางออกข้างนอกบ้านกันน้อยลงอย่างยุคที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสอย่างช่วงที่ผ่านมานี้

shipping

Shipping คืออะไรShipping คืออะไร

หลายคนอยากจะนำเข้าสินค้าจากประเทศจีน แต่ก็ยังไม่รู้ว่า Shipping คืออะไร ซึ่งในปัจจุบันนี้มีบริษัท Shipping ใหม่เกิดขึ้นเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะ Shipping จีน ที่ในปัจจุบันมีคนให้ความสนใจเป้นอย่างมาก เนื่องจากประเทศจีน เป็นประเทศที่มีสินค้าที่หลากหลายและมีราคาที่ถูก ซึ่งถูกใจบรรดาพ่อค้าแม่ขายที่นำเข้าสินค้าเป็นอย่างมาก ดังนั้นวันนี้จะพามาแนะนำให้รู้จักกับคำว่า Shipping ให้เข้าใจกันเลย   Shipping คือตัวแทนผู้นำเข้าและส่งออกที่คอยอำนวยความสะดวกในการดำเนินการด้านเอกสาร โดยขั้นตอนการทำงานนั้นเริ่มจากที่ Shipping ได้รับเอกสารการนำเข้าส่งออกสินค้าจากบริษัท Shippingจะทำการตรวจสอบเอกสารว่าถูกต้องหรือไม่ หากมีข้อผิดพลาดจะส่งกลับไปให้ทางลูกค้าแก้ไข หลังจากตรวจสอบเรียบร้อยแล้วนั้น Shipping จะจัดทำใบขนสินค้าเพื่อประกอบการผ่านพิธีการส่งออก และทำการตรวจปล่อยสินค้า และดำเนินการจัดส่งสินค้าจนถึงปลายทางสำหรับสินค้านำเข้า ในการดำเนินพิธีการศุลกากรนั้นมีความซับซ้อนในหลายขั้นตอนตั้งแต่การเลือกพิกัดสินค้านำเข้าส่งออก การตรวจสอบขอใบอนุญาต การจัดทำและส่งใบขน รวมถึงการตรวจปล่อยสินค้า ซึ่งสินค้าแต่ละประเภทมีมีสลับซับซ้อนแตกต่างกันไป การที่มีผู้ชำนาญการในการดำเนินการให้จึงเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้นำเข้าและส่งออก  ประเภทของ Shipping   โดยทั่วไปแล้ว Shipping จะมีอยู่ทั้งหมด 2 ประเภท ดังนี้  1. ตัวแทนออกของทั่วไป (Shipping) ตัวแทนเจ้าของสินค้าที่ติดต่องานเอกสารกับกรมศุลกากรเพื่อการนำเข้าส่งออกและบริการอื่นๆที่เกี่ยวข้อง โดยจะต้องขอและได้รับอนุญาต โดยมีหลักเกณฑ์เป็นไปตามมาตรฐานของทางกรมศุลกากรด้วยว่าคุณสมบัติ Shipping จะต้องมีอะไรบ้าง  2. ตัวแทนออกของมาตรฐานเออีโอ (AEO – Authorized

หางาน marketing manager

ผู้จัดการฝ่ายการตลาด มีหน้าที่อะไรบ้างผู้จัดการฝ่ายการตลาด มีหน้าที่อะไรบ้าง

ทุกองค์กรไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดเล็กหรือใหญ่ ตำแหน่งที่ขาดไม่ได้เลยก็คือตำแหน่งของผู้จัดการฝ่ายขาย ที่จะทำหน้าที่ในการพาให้องค์กรก้าวไปข้างหน้าได้