โลกร้อนคืออะไร? เป็นภัยแค่ไหนมาดูกัน

โลกร้อน

ภาวะโลกร้อนหรือ Global Climate Change เป็นการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศที่เกิดขึ้นจากฝีมือของมนุษย์ ทำให้อุณหภูมิของโลกสูงขึ้น โดยการกระทำแบบนี้ถูกแบ่งออกเป็น 2 แบบ ได้แก่ การเพิ่มปริมาณก๊าซเรือนกระจกทางตรงและการเพิ่มปริมาณก๊าซเรือนกระจกทางอ้อม

แล้วก๊าซเรือนกระจกมีอะไรบ้าง? คงจะมีคนสงสัยกันใช่ไหมล่ะคะ ก๊าซเรือนกระจกประกอบด้วยก๊าซหลักๆ 3 ชนิด ได้แก่ 1.ก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ส่วนใหญ่เป็นก๊าซที่เกิดจากการเผาไหม้เชื้อเพลิงและโรงงานอุตสาหกรรม ส่วนก๊าซชนิดที่ 2 ก็คือ ก๊าซมีเทนที่เกิดจากการย่อยสลายซากของสิ่งมีชีวิต และก๊าซชนิดที่ 3 คือ ก๊าซไนตรัสออกไซด์เกิดจากอุตสาหกรรมที่มีการใช้ไนตริกเป็นส่วนประกอบในการผลิตและการใช้ปุ๋ยในเกษตรกรรม

ภาวะโลกร้อนนั้นนอกจากจะส่งผลกระทบไปทั่วทุกมุมโลกแล้วยังส่งผลกระทบโดยตรงกับประเทศไทยอีกด้วยโดยสัญญาณที่เกิดขึ้นและเห็นได้ชัดเลยก็คือภัยพิบัติทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเยอะมากเป็นพิเศษในช่วงปีหลังๆ นอกจากนี้ยังพบว่าอุณหภูมิเฉลี่ยในช่วงหน้าหนาวเองยังเฉลี่ยเพิ่มขึ้นจากเดิมมากอีกด้วย

ในระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมาประเทศไทยมีแนวโน้มที่อุณหภูมิจะเพิ่มสูงขึ้นส่วนปริมาณฝนที่ตกก็ยังลดน้อยลงทำให้เกิดปัญหาภัยแล้งที่มากยิ่งขึ้น

การมีอยู่ของก๊าซเรือนกระจกที่เพิ่มปริมาณมากยิ่งขึ้นในทุกๆ ปีนั้นส่งผลให้เกิดผลกระทบต่างๆ ตามมามากมายตั้งแต่การทำให้อุณหภูมิบนพื้นผิวโลกและในน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นแล้ว ยังมีเรื่องของคลื่นความร้อนที่เพิ่มสูงขึ้นเรื่อยๆ และส่งผลกระทบต่อหลายๆ เรื่องเป็นห่วงโซ่ เช่น ฤดูกาล ปริมาณน้ำฝนที่เปลี่ยนไปในแต่ละปี ระดับน้ำทะเลที่เพิ่มสูงขึ้นเพราะน้ำแข็งละลาย เกิดพายุและภัยพิบัติที่รุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ

เรื่องของภาวะโลกร้อนนี้นับว่าเป็นเรื่องใกล้ตัวที่หากเราไม่มีการเร่งแก้ไขใดๆ เลยจะส่งผลร้ายมากกว่าผลเสียต่อตัวเราและโลกของเรา โดยผลกระทบที่เกิดก็จะมีตั้งแต่การที่ฝนไม่ตกตามฤดูกาลทำให้ผลผลิตทางการเกษตรลดน้อยลงเนื่องจากปริมาณของน้ำฝนที่ลดน้อยลงและไม่ตกตามฤดูกาล ส่วนในทะเลเหล่าสัตว์น้ำก็จะอพยพย้ายถิ่นฐานไปตามอุณหภูมิของน้ำทะเล ส่วนมนุษย์เองก็จะเสียชีวิตกันง่ายมากยิ่งขึ้นเนื่องจากความร้อนและเชื้อโรครวมทั้งปัญหามลภาวะอีกด้วย

เมื่อเรารู้กันอย่างนี้แล้วก็ควรจะร่วมมือกันช่วยกันแก้ไขและลดปริมาณของก๊าซเรือนกระจก โดยเริ่มต้นได้จากตัวเรา เช่น การเลือกใช้พลังงานทดแทนอย่างแสงอาทิตย์หรือพลังงานลม การช่วยกันปลูกป่าปลูกต้นไม้ให้คงอยู่ต่อไป การใช้น้ำและไฟอย่างประหยัด การร่วมกันใช้ก๊าซธรรมชาติเพื่อลดการใช้อุตสาหกรรมที่ต้องเผาไหม้ เป็นต้น

Related Post

Environment

สิ่งแวดล้อมคืออะไร? เราจะช่วยกันดูแลให้คงอยู่กับเราต่อไปได้อย่างไรสิ่งแวดล้อมคืออะไร? เราจะช่วยกันดูแลให้คงอยู่กับเราต่อไปได้อย่างไร

สิ่งแวดล้อมคือ สิ่งที่อยู่รอบตัวของเราทั้งแบบที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต แบ่งออกเป็น 2 ประเภทใหญ่ๆ นั่นก็คือ สิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นเองทางธรรมชาติ ได้แก่ ภูเขา แม่น้ำ ลำธาร ทะเล เป็นต้น และสิ่งแวดล้อมที่มนุษย์สร้างขึ้น ได้แก่ สิ่งก่อสร้างโบราณสถาน ประติมากรรม ชุมชนเมืองต่างๆ มนุษย์กับสิ่งแวดล้อมก็จะอยู่ควบคู่กันแบบนี้มาตลอดหรือพูดได้ว่ามนุษย์กับสิ่งแวดล้อมมีความสัมพันธ์กันเป็นเวลานานกว่าหลายทศวรรษแล้ว แต่ช่วงปีหลังๆ ที่ผ่านมาเนื่องมาจากการเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็วของเทคโนโลยี ทำให้สิ่งแวดล้อมที่จริงๆ แล้วควรจะถูกพัฒนาไปพร้อมๆ กับมนุษย์ค่อยๆ เสื่อมถอยลงทำให้เกิดปัญหารุนแรงในด้านสิ่งแวดล้อมต่างๆ มากมายหลากหลายปัญหา อาทิเช่น ปัญหามลภาวะทางน้ำ ปัญหาทรัพยากรที่ค่อยๆ หมดไปและไม่สามารถสร้างขึ้นมาทดแทนได้

วิธีการลดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม

วิธีการลดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อมวิธีการลดผลกระทบกับสิ่งแวดล้อม

ปัญหาของสิ่งแวดล้อม เมื่อเกิดผลกระบทบขึ้นทุกคนก็ล้วนได้รับผลกระบทบด้วยทั้งสิ้น อย่างเช่นปัญหาโลกร้อน ไม่ใช่เพียงแต่คนที่ทำลายธรรมชาติเท่านั้นที่จะได้รับ แต่คนที่ช่วยรักษาโลกก็ยังได้รับผลกระทบเช่นกัน การช่วยกันลดผลกระบทบที่เกิดกับสิ่งแวดล้อม เป็นเรื่องที่ทุกคนต้องช่วยกัน เนื่องจากการทำคนเดียว ย่อมไม่เกิดผลแน่นอน อย่างเช่นการอยู่ที่บ้าน เราก็สามารถที่จะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมได้เช่นกัน ไม่จำเป็นต้องออกไปปลูกป่าลำบาก อีกอย่างถ้าหากทุกคนช่วยกันเริ่มทำตั้งแต่ที่บ้าน ก็สามารถเกิดผลที่ยิ่งใหญ่ได้เช่นกัน มาดูว่าการอยู่บ้าน เราควรทำแบบไหนถึงจะช่วยรักษาสิ่งแวดล้อมเอาไว้ได้บ้าง 1. ใช้น้ำให้น้อยลง น้ำเมื่อถูกใช้แล้ววก็จะกลายเป็นน้ำเสีย และมักจะไหลลงสู่แม่น้ำลำคลองอีกต่อไป ถ้าหากพื้นที่แถวนั้นไม่ได้มีระบบการจัดการน้ำเสียที่ดี แต่ถ้าหากเราช่วยกันประหยัดน้ำ การเกิดน้ำน้อยลง ปัญหาเรื่องของน้ำเน่าเสียก็จะไม่รบกวนด้วย เพียงแค่เราใช้น้ำเฉพาะตอนจำเป้นเท่านั้นก็พอ ไม่ควรเปิดน้ำทิ้งเอาไว้ 2. สั่งอาหารเดลิเวอรี่ให้น้อยลง ต้องบอกว่าคนส่วนใหญ่นิยมการสั่งอาหารผ่านแอปพลิเคชั่น และทำการจัดส่งผ่านทางเดลิเวอรี่กันมากขึ้น